แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่อยากเล่นหุ้น?


คอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 146 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อ “เคล็ดลับความมั่งคั่ง” ค่ะ



=ภาพรวม=
ถ้าท่านผู้อ่านชอบหนังสือ “ทางเลือกของเงินออม” ที่ผู้วิจารณ์เคยรีวิวไปเมื่อ 30 มิ.ย. (เล่มที่ 115) ท่านก็จะชอบเล่มนี้ค่ะเพราะเขียนโดยผู้แต่งคนเดียวกันในสไตล์เดียวกัน  คือ การ์ตูนสลับกับความรู้ด้านการเงิน เล่มนี้มุ่งสอนเรื่องการเล่นหุ้นให้กับมือใหม่จริง ๆ ชนิดที่ว่าเด็กมัธยมก็สามารถเข้าใจได้ค่ะ  อย่างไรก็ตาม ผู้แต่งก็แจ้งเตือนไว้เป็นระยะ ๆ ตลอดเล่มนะคะว่าถ้าจะเล่นหุ้นจริง ๆ ก็คงต้องศึกษามากกว่าในเล่มนี้
=โครงสร้าง=
ในเล่มแบ่งเป็น 9 บทดังนี้ค่ะ  1) บทนำ  2) เล่นหุ้นหรือลงทุน?  3) หุ้นคืออะไร?  4) EARN Concept  5) โครงสร้างการบริหาร  6) 5 Ratios  7) การสร้างมูลค่า  8) การประเมินราคาหุ้นแบบง่าย ๆ  และ  9) อิสรภาพทางการเงิน
=น่าสนใจจากในเล่ม=
*  หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือแนะนำเคล็ดลับการทำกำไรชั่วข้ามคืนด้วยการเก็งกำไร  หากแต่เป็นการนำเสนอวิธีการมองหาและลงทุนในบริษัทที่มีการสร้างมูลค่าด้วย EARN Concept  เพื่อความมั่งคั่งและอิสรภาพทางการเงินในระยะยาว
*  จุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ คือ ต้องการให้มองภาพการเคลื่อนไหวของการสร้างมูลค่า (value creation)  ซึ่งจะมองผ่านงบดุลและงบกำไรขาดทุน  แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าผู้อ่านสนใจเรียนรู้การอ่านงบกระแสเงินสด (cash flow statement) ด้วย
*  แม้หุ้นจะมีความเสี่ยงอยู่ก็จริง  แต่ก็มีความน่าสนใจหลายประการ  เช่น  1)  เป็นทรัพย์สินที่สร้างกระแสรายได้ผ่านเงินปันผล  2) สามารถทำกำไรจากการขายหุ้นโดยไม่ต้องเสียภาษีกำไร  3)  แม้มีเงินน้อยก็ลงทุนได้  ฯลฯ
*  เดิมคนมองหุ้นเป็นการพนัน  แต่ปัจจุบันคนเข้าใจเรื่องหุ้นมากขึ้นว่า มีเงินปันผล  สามารถถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ได้  และมีตัวตนของกิจการที่สร้างมูลค่าอยู่จริง  ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่การพนันไม่มี
*  นักลงทุนที่สามารถเอาชนะตลาดหุ้นอย่างปลอดภัยเป็นเวลายาวนานจะเข้าใจการทำงานของหุ้นเป็นอย่างดี  จะสนใจภาวะตลาดวันต่อวันไม่มากนัก  แต่จะทุ่มเทเวลาและพลังงานไปกับการค้นหาหุ้นที่มีคุณภาพ  ซึ่งมูลค่า (Value) สูงกว่าราคาหุ้น (Price)
*  EARN concept คือ  Equity (ส่วนของผู้ถือหุ้น)  Asset (ทรัพย์สิน)  Revenue (รายได้)  และ Net Profit (กำไรสุทธิ)  มีแก่นแท้อยู่ที่การอ่านความเคลื่อนไหวของการสร้างมูลค่าสู่ผู้ถือหุ้น  อาศัยงบดุล และ งบกำไรขาดทุนเพื่อดูว่าบริษัทนั้น ๆ มีการสร้างมูลค่าอยู่หรือไม่
*  ทั้งหมดนี้คือการเคลื่อนไหวของการสร้างมูลค่า  ถ้าสังเกตดี ๆ E กับ A รวมกันคือ “งบดุล”  และ R คือ “งบกำไรขาดทุน” นั่นเอง
*  EARN concept เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาหุ้นที่สำคัญมาก  ถ้าวิเคราะห์ด้วยหลักนี้แล้วบริษัทใดไม่มีศักยภาพตรงนี้อยู่  ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมมาวิเคราะห์อีก
*  บริษัทที่น่าสนใจคือบริษัทที่มีการตั้งเป้า Return on Equity (ROE) สูง ๆ อย่างต่อเนื่อง  โดยตัวเลข ROE นี้ได้จาก ratio  N/E
*  โดยทั่วไป  ถ้าเจอบริษัทที่มี Net Margin (N/R) ประมาณ 4-7%  มี Return on Asset (N/A) ประมาณ 10% และมี Return on Equity (N/E) ประมาณ 15% ติดต่อกันหลาย ๆ ปี ก็เรียกได้ว่าเจอบริษัทที่ดีทีเดียว
*  กลยุทธการสร้างมูลค่า:  ROE ของบริษัทจะสูงถ้า 1) มี Net Margin (N/R) สูง    2) มี  Asset Turnover (R/A) สูง  3) เพิ่มสัดส่วน  Equity Multiplier (A/E)
*  การจะดูว่าจะเข้าซื้อหรือขายออกตอนไหน  ต้องดูที่ค่า P/E  ซึ่งได้มาจากการนำราคาหุ้น (Price) มาหารด้วยกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ Earning Per Share (EPS)  ถ้าค่า P/E ต่ำ  ก็คือหุ้นถูก  แต่ถ้า P/E สูง คือ หุ้นแพง
*  การจะตัดสินว่าค่า P/E นั้นต่ำหรือสูง  ให้ดูที่ค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม  และเทียบกันเองในแต่ละอุตสาหกรรมด้วย  แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าค่า P/E ต่ำจะต้องซื้อเพราะราคาถูก  ต้องดูคุณภาพของหุ้นด้วย  หุ้นที่ P/E สูง ถ้าคุณภาพดีจริงคนก็ยังซื้อ
*  ท้ายที่สุด  “ความมั่งคั่ง” เป็นอะไรที่มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง  ความมั่งคั่งยังครอบคลุมถึงความสามารถของเรา  การมองโลกในแง่บวก  ความมีคุณธรรม  การชื่นชมสิ่งที่สวยงาม  และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย  ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเงินได้  (Intangible Asset)
หนังสือชื่อ “เคล็ดลับความมั่งคั่ง” โดย ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์  จัดทำโดย สำนัก EARN Concept พิมพ์ครั้งที่ 3  224 หน้า  ราคา 145 บาท
——————————————————————
เกร็ดน่ารู้:
*  เด็กสิงคโปร์และเวียดนามอ่านหนังสือเล่มโดยเฉลี่ยปีละ 60 เล่ม/คน
*  คนไทยถึง 40% ไม่อ่านหนังสือเล่มใด ๆ เลย
*  แม้ในหมู่คนไทยที่อ่านหนังสือก็อ่านโดยเฉลี่ยเพียงปีละ 4 เล่ม/คน
คอลัมน์  “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” นี้ จึงมีขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติค่ะ
มาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการมอบหนังสือเป็นของขวัญในทุกโอกาสนะคะ
——————————————————————-
ขอเชิญติดตามหนังสือ “เคล็ดลับความมั่งคั่ง”ได้ที่ https://goo.gl/hSHGG2

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่อยากออม? อยากสอนการวางแผนการเงินให้ลูก?


คอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 115 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อ “ทางเลือกของเงินออม” ค่ะ



=ภาพรวม=
หนังสือกึ่งการ์ตูนแนะนำข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีออมเงินประเภทต่างๆเล่มนี้มีจุดเด่นอยู่ที่อ่านง่ายและสนุกเพราะมีการผูกเรื่องราวในการ์ตูนที่คั่นระหว่างบทไว้ด้วยค่ะ ตัวละครเอกชื่อ “ออม” เป็นสาวสมัยใหม่อาชีพฟรีแลนซ์ออกแบบเวบไซต์ที่อยู่ดีๆก็ได้รับมอบหมายจากน้าสาวใจดีฐานะดีให้ช่วยดูแลพอร์ตเงินออมและการลงทุนให้ ผู้อ่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับทางเลือกของเงินออมและการลงทุนประเภทต่างๆไปอย่างสนุกสนานพร้อมๆกับตัวละครในเรื่องนั่นเองค่ะเหมาะสำหรับผู้ที่คิดอยากจะเริ่มออมเงินแต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มอย่างไรดี และสำหรับสอนเด็กวัยตั้งแต่มัธยมขึ้นไปให้รู้จักการวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ แม้ท่านยังไม่เคยคิดจะออม หนังสือเล่มนี้ก็จะสร้างแรงบันดาลใจให้ได้ค่ะ
=โครงสร้าง=
หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 7 หมวด และแต่ละหมวดก็จะมีบทสั้นๆย่อยลงไปอีกทีให้เข้าใจง่ายค่ะ โดยทั้ง 7 หมวด ได้แก่  1) ภาพรวมของเงินออม  2)  ตราสารหนี้  3) กองทุนรวม  4) สลากออมสิน  5) ประกันชีวิต  6) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์  และ  7) ประยุกต์ใช้ทางเลือกของเงินออม
=น่าสนใจจากในเล่ม=
*  “ศัตรูของเงินออม” มีทั้งจากภายใน คือ ความอยากได้ อยากใช้จ่าย และความหรูหราฟุ่มเฟือยต่างๆกับศัตรูจากภายนอก คือ เงินเฟ้อ ที่ค่อยๆลดมูลค่าเงินออมลงไปอย่างช้าๆ
*  ตัวเลขเงินเฟ้อจึงกลายเป็นอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ผู้ออมเงินต้องการจากทางเลือกของเงินออม
*  ตั้งแต่ปี 1997 (หลังวิกฤติต้มยำกุ้ง) ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้นโยบายควบคุมเงินเฟ้อไว้ในกรอบระหว่าง 0-3%  ตราบใดที่ยังคงนโยบายนี้ ตัวเลข 3% ก็จะเป็นระดับผลตอบแทนขั้นต่ำที่ผู้ออมเงินต้องการ
*  ดังนั้น การฝากเงินในธนาคารแบบออมทรัพย์ซึ่งมีดอกเบี้ยไม่ถึง 1% นั้นจึงไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
*  การจัดพอร์ตเงินออมต้องแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆโดยคำนึกถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินเป็นหลัก  คือ
1) ส่วนที่จำเป็น สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ต้องการสภาพคล่องที่สุด ควรมีอย่างน้อยเท่ากับรายจ่าย 3 เดือน  ทางเลือกที่ดีคือ เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน
2) ฉุกเฉิน ยังไม่ต้องรีบใช้ แต่วันหนึ่งอาจต้องใช้ขึ้นมา ควรมีอย่างน้อยเท่ากับรายจ่าย 1 ปี ต้องการสภาพคล่องปานกลาง ทางเลือกที่ดีคือ เงินฝากประจำ ตราสารหนี้
3) ลงทุน เป็นเงินเย็นที่เกินมาจาก 2 ข้อแรก จึงรับความเสี่ยงได้มากขึ้น ต้องการสภาพคล่องต่ำที่สุด (ไม่ต้องนำมาใช้จ่ายก็ไม่เดือดร้อน) ทางเลือกที่ดีคือ กองทุนหุ้น กองทุนอสังหาฯ
*  เมื่อแบ่งออกเป็นส่วนๆแล้วก็นำไปซื้อตราสารต่างๆ โดยมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ทั้งด้านความหลากหลายของตราสาร ความเสี่ยง ผลตอบแทน สภาพคล่อง
*  คนโสดยังไม่มีภาระ ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คนที่ไม่ชอบความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการซื้อกองทุนหุ้น
*  กองทุนรวมประเภทต่าง ๆ (มีอธิบายแยกประเภทในเล่ม) มีจุดเด่นคือ สะดวก มีการลงทุนให้เลือกหลากหลาย และมีมืออาชีพช่วยบริหาร จุดด้อย คือ เสียค่าธรรมเนียมที่การลงทุนด้วยตนเองไม่ต้องเสีย
*  กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จุดเด่น คือ ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอและไม่น้อย  เข้าข่าย “ห่านทองคำ” จุดด้อย คือ ไม่ใช่การฝากเงิน ดังนั้นไม่รับประกันเงินต้น
*  หากใช้ความพยายามศึกษาทำการบ้านให้รอบคอบที่สุด ผลที่จะได้รับย่อมคุ้มค่าแน่นอน

หนังสือชื่อ “ทางเลือกของเงินออม” โดย ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์ สำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์ ตุลาคม 2555  208 หน้า ราคา 149 บาท
——————————————————————
เกร็ดน่ารู้:
*  เด็กสิงคโปร์และเวียดนามอ่านหนังสือเล่มโดยเฉลี่ยปีละ 60 เล่ม/คน
*  คนไทยถึง 40% ไม่อ่านหนังสือเล่มใด ๆ เลย
*  แม้ในหมู่คนไทยที่อ่านหนังสือก็อ่านโดยเฉลี่ยเพียงปีละ 4 เล่ม/คน
คอลัมน์  “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” นี้ จึงมีขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติค่ะ
มาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการมอบหนังสือเป็นของขวัญในทุกโอกาสนะคะ
——————————————————————-
ขอเชิญค้นหาทางเลือกดีๆในการออมเงินของท่านได้ที่ https://goo.gl/FsRIzX