แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวิศ หาญอุตสาหะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวิศ หาญอุตสาหะ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อยากได้แรงบันดาลใจจากนักคิดและผู้ประกอบการระดับโลก?


คอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 175 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อ “มาร์เก็ตติ้ง ลิงกลับหัว” ค่ะ



=ภาพรวม=
หนังสือเล่มนี้เป็นการ “เล่าเรื่อง” ความเป็นมาของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก พร้อมทั้งวิเคราะห์ให้เสร็จว่าพวกเขาทำได้อย่างไร ผู้เขียนนอกจากจะเป็นเจ้าของกิจการแล้วยังเป็นนักอ่าน นักเดินทาง และนักชิม ดังนั้นเรื่องเล่าของเขาจึงมีสีสันค่ะ แม้ท่านจะไม่ใช่นักสร้างแบรนด์ หนังสือเล่มนี้ก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ท่านมุ่งมั่นทำงานของท่านอย่างเต็มที่ยิ่งๆขึ้นไปได้ค่ะ
=น่าสนใจจากในเล่ม=
*  เชฟโจเอล โรบูชง เจ้าของร้านอาหารที่มีสาขาในหลายประเทศทั่วโลก ได้รับดาวจากมิชลินรวมกันแล้วถึง 28 ดวง ซึ่งมากกว่าเชฟใดๆในโลก เขาไม่เพียงแต่ใส่ใจแค่รสชาติอาหารหรือบรรยากาศ แต่ยังมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ “เรื่องราวดีๆ” กลับไปด้วยผ่านการเล่าเรื่องส่วนประกอบของอาหารและกระบวนการปรุงอย่างกระตือรือร้น
*  “…ในความเป็นจริง ลูกค้า 20% จะสร้างรายได้ 80% ให้เรา เราดูแลคน 20% นี้ดีพอหรือยัง? เราใส่ใจจะหาคนมาเติม 20% นี้ให้เต็มอยู่เรื่อยๆไหม โจทย์ไม่ใช่แค่การหาลูกค้าเพิ่ม แต่ต้องหาลูกค้าที่มีคุณภาพเพิ่ม…”
*  ในปี 2009 เมื่อหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียจำเป็นต้องโฆษณาให้โลกรับรู้ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวของตนแต่มีงบจำกัด พวกเขาเลือกที่จะ “เปลี่ยนโจทย์” โดย “เสนองานในฝัน” ให้คนมาสมัครแทน งานดังกล่าวคือ “เป็นผู้ดูแลหมู่เกาะแสนสวยงามระดับโลก ดูแลปลา ดำน้ำ นอนอาบแดด เล่าเรื่องของตัวเองให้โลกฟัง โดยมีค่าตอบแทน 150,000 เหรียญอสเตรเลีย พร้อมที่พักและอาหารเป็นเวลา 6 เดือน” และลงประกาศรับสมัครงานนี้ในหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ผลที่ได้รับคือแคมเปญนี้เป็นที่ฮือฮาและเข้าถึงผู้คนกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก
*  เรโนวา แบรนด์กระดาษชำระของโปรตุเกสใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำให้ของที่ธรรมดามากๆอย่างกระดาษชำระสามารถเชื่อมโยงในระดับความรู้สึกกับผู้ซื้อและเรียกราคาที่สูงกว่าได้ โดยการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยได้รับมาก่อน (กระดาษชำระหลากสีคุณภาพเยี่ยม) ด้วยการพูดในสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยได้ยินมาก่อน (ห้องน้ำที่เซ็กซี่)
*  เมื่อโดมิโนพิซซ่าต้องการสื่อสารกับลูกค้าว่า คุณสามารถสั่งพิซซ่าจากที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นเฉพาะจากที่บ้านและที่ทำงานเท่านั้น พวกเขาก็สร้าง “ประตู” ไปวางไว้ตามที่สาธารณะต่างๆพร้อมกับป้ายบอกว่า สั่งพิซซ่าให้มาส่งที่นี่ได้  ภาพนั้นถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียมากมาย แคมเปญประสบความสำเร็จงดงาม
*  “…ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องมีหลักการแห่งความเป็นเลิศในทุกองศาของทุกสิ่งที่ทำ และไม่ยอมสูญเสียหลักการนั้นแม้แต่วินาทีเดียว ไม่ว่าจะมีคนมองสิ่งที่คุณทำอยู่หรือไม่ก็ตาม…”
*  ในปี 2009 ทราวิส คาลานิก และ การ์เร็ตต์ แคมป์ สร้างอูเบอร์ขึ้นมา ซึ่งได้สั่นสะเทือนธุรกิจแท็กซี่ที่มีมาหลายสิบปีอย่างแรง ภายในเวลาไม่กี่ปี อูเบอร์กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกที่ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงพอๆกับนิสสันหรือ Federal Express
ที่น่าทึ่งคือนิสสันมีโรงงานและที่ดินมากมาย FedEx ก็มีทั้งเครื่องบินและโกดับเก็บสินค้า แต่อูเบอร์แทบไม่มีอะไรเลยนอกจาก “ไอเดีย” เพราะรถที่วิ่งๆกันอยู่ส่วนใหญ่เป็นรถที่เจ้าของขับเองทั้งสิ้น
*  เจมส์ ไดสัน ชาวอังกฤษผู้คิดค้นเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่ต้องใช้ถุงเก็บฝุ่นต้องใช้เวลาถึง 5 ปีสร้างต้นแบบและล้มเหลวถึง 5,126 ครั้ง จนกระทั่งทำสำเร็จในที่สุดในครั้งที่ 5,127 ปฏิวัติธุรกิจเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างจริงจังมากว่า 90 ปีอย่างสิ้นเชิง
เมื่อประสบความสำเร็จและตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาสินค้าของตนเองขึ้นมา เขาเลือกจ้างคนที่มีทัศนคติที่ถ่อมตัว ช่างสงสัย มุ่งมั่น พร้อมจะลองและพร้อมจะล้มเหลว ไดสันบอกว่าที่ศูนย์ของเขาไม่มองความล้มเหลวในแง่ลบแต่จะเรียนรู้และเดินหน้าต่อไป
หนังสือชื่อ “มาร์เก็ตติ้ง ลิงกลับหัว” โดย รวิศ หาญอุตสาหะ  สำนักพิมพ์เวิร์คพอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด 2558  288 หน้า  ราคา 240 บาท
——————————————————————
เกร็ดน่ารู้:
*  เด็กสิงคโปร์และเวียดนามอ่านหนังสือเล่มโดยเฉลี่ยปีละ 60 เล่ม/คน
*  คนไทยถึง 40% ไม่อ่านหนังสือเล่มใด ๆ เลย
*  แม้ในหมู่คนไทยที่อ่านหนังสือก็อ่านโดยเฉลี่ยเพียงปีละ 4 เล่ม/คน
คอลัมน์  “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” นี้ จึงมีขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติค่ะ
มาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการมอบหนังสือเป็นของขวัญในทุกโอกาสนะคะ
——————————————————————-
ขอเชิญติดตามหนังสือ “มาร์เก็ตติ้งลิงกลับหัว” ได้ที่ https://goo.gl/E3soqG

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

มีความฝันแต่คิดว่ายังไม่พร้อม?


คอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 71 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อสะดุดตา “คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย” ค่ะ



=ภาพรวม=
หน้าปกโปรยไว้ว่า เป็น “คู่มือพลิกมุมมองและใช้ความคิดสร้างสรรค์สำหรับคนที่อยากมองให้เห็นโอกาส และกล้าทำในเรื่องที่คนอื่นคิดว่า “เป็นไปไม่ได้” ซึ่งผู้แต่งนำเสนอเนื้อหาดังกล่าวโดยใช้วิธียกตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจของผู้ที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากต่อเนื่องตลอดทั้งเล่ม แถมวิเคราะห์อย่างคมคายให้เสร็จด้วยค่ะว่า ผู้คนเหล่านั้นทำได้อย่างไร นอกจากนี้ผู้แต่งยังนำเสนอกรณีศึกษาด้านการตลาดและการโฆษณาชั้นยอดมากมายพร้อมภาพประกอบตลอดเล่มอีกด้วย ดังนั้นอย่าท้อนะคะที่หนังสือดูหนา ที่จริงเป็นภาพและกราฟฟิคเสียเยอะค่ะ
=น่าสนใจจากในเล่ม=
*  ถ้าคิดจะไปดวงจันทร์ คุณต้องเข้าใจก่อนว่ากระสวยอวกาศใช้เชื้อเพลิงครึ่งหนึ่งหมดไปตอน 1,000 กม.แรก แปลว่าตอนแรก ๆ มันจะโคตรยาก โคตรเหนื่อย  จากนั้นกระสวยอวกาศก็จะทะยานขึ้นไปเอง แต่คนส่วนใหญ่ไปไม่ผ่าน 1,000 กม. แรก เพราะพวกเขาล้มเลิกความตั้งใจ
*  ชีวิตคนเรามีทางเลือกแค่สองทาง คือ ไปให้ถึงเป้าหมายหรือไปไม่ถึงไหน หนึ่งในปัจจัยที่แบ่งคนสองประเภทนี้ออกจากกันคือ ความชัดเจนของการเห็นเป้าหมาย
*  มีคนมากมายที่เกิดมาด้วยความไม่พร้อม เช่น เชฟหนุ่มที่ร่ำรวยที่สุดในโลก Jamie Oliver ผู้มีอาการของ dyslexia ทำให้อ่านหนังสือได้ลำบากมาก หรือ Michael Phelps ผู้มีอาการสมาธิสั้นจนครูบอกว่าเขาไม่สามารถที่จะโฟกัสกับอะไรได้เลย  แต่พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะยิ่งใหญ่และทำมันทุกวันโดยไม่มีข้ออ้าง  สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมาหยุดพวกเขาได้
*  จากเด็กหนุ่มที่ยากจนและเป็นเพียงพนักงานขายหน้าร้านธรรมดา ๆ แต่ด้วยความหมั่นศึกษาเทรนด์แฟชั่นและการทุ่มเททำงานหนัก ทุกวันนี้ Ralph Lauren  มีทรัพย์สินกว่า 240,000 ล้านบาท
*  มนุษย์เรามักมีข้ออ้างให้กับตัวเองเสมอ ถ้ามีความตั้งใจจะทำอะไรจงอย่ารอ ฝันจะเป็นเพียงแค่ฝันถ้าไม่ลงมือทำ ถ้ารอพร้อม 100% ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไรแน่นอน
*  ตอนที่ Nick Vujicic ผู้ที่เกิดมาโดยไม่มีแขนขาอายุได้ 10 ปี เขาเคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เขาคิดขึ้นมาได้ว่าเขายังมีครอบครัว เพื่อน และร่างกายส่วนอื่นอยู่ เมื่ออายุ16 ปี เขาเริ่มมีความฝันว่าอยากเป็นนักพูดที่มีชื่อเสียงระดับโลก  เพราะแม้จะไร้แขนขา แต่เขามีความรักและความเอื้อเฟื้อที่อยากจะมอบให้เพื่อนมนุษย์ และเขาก็ทำได้สำเร็จ
*  ลีกาชิง ผันตัวเองจากเด็กอพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่มาเป็นบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกง ด้วยการทำงานหนัก หมั่นหาความรู้ด้วยการตื่นตี 4 มาอ่านหนังสือทุกวัน อ่านจบแล้วก็นำไปขายต่อเพื่อเอาเงินมาซื้อเล่มใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นมหาเศรษฐีในบุญบริจาคเงินกว่า 200,000 ล้านบาทเพื่อการกุศลด้วย
*  บทสรุปของชีวิตที่ประสบความสำเร็จของวอลท์ ดิสนีย์ คือ “เมื่อเราเจอเรื่องเลวร้าย บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเราก็ได้ แค่ตอนนั้นเรายังไม่รู้เท่านั้นเอง”
*  “โลกไม่เหลือที่ยืนให้กับผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป”
*  airbnb และ uber คือตัวอย่างของผู้ที่ปฏิวัติระบบการทำงานแบบเก่า ๆ ของธุรกิจโรงแรมและแท็กซี่อย่างสิ้นเชิงและประสบความสำเร็จถล่มทลายเพราะพวกเขา “มองเห็นโอกาส”
*  “มันเป็นไปไม่ได้หรอก” ชีวิตนี้คุณเจอพวก “นักดับฝัน” เยอะไหม ถ้ามีต้องเอาตัวออกห่าง หรือ ถ้าห่างไม่ได้ก็ไม่ต้องไปสนใจคำแนะนำของคนเหล่านี้  เพราะคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ไม่เคยอยู่ในสารบบของคนที่คิดจะไปดวงจันทร์
*  คนส่วนใหญ่มักอยู่ในโหมด autopilot ในชีวิตประจำวัน คือทำอะไรไปอย่างนั้นเองโดยไม่ได้หยุดคิด หรือตั้งคำถาม
*  “พลังใจ” คือ พลังงานชนิดหนึ่งซึ่งทำให้มนุษย์มีสมาธิดี มีความสามารถในการแก้ปัญหาสูง เป็นการทำงานโดยสมองส่วน prefrontal cortex และเมื่อใช้ก็จะหมดไป พลังใจมีมากที่สุดในช่วงเช้า จึงควรทุ่มเทช่วงเช้านั้นไปกับงานที่สำคัญที่สุดเท่านั้น คนส่วนใหญ่มักไม่จัดลำดับความสำคัญของงานและใช้เวลา “prime time” นี้ไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญอย่างน่าเสียดาย
*  แนวคิดในการรักษาพลังใจให้อยู่ได้นานและเกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละวัน  คือ 1) สร้างความพร้อมทางร่างกายให้สูงสุด  2) ตัดตัวเลือกให้เหลือน้อยที่สุด  3) ทำเรื่องที่ยากที่สุดก่อนเสมอ  4) เชื่อมโยงเป้าหมายระยะสั้นกับเป้าหมายระยะยาวเสมอ และต้องมีวิธีวัดผลที่ชัดเจนด้วย  5) รู้จักปฏิเสธ  6) เข้าใจธรรมชาติของพลังใจ (ถ้าทำสิ่งใดจนเป็นนิสัยแล้วร่างกายจะใช้พลังใจน้อยลง)
*  การเตรียมความพร้อมทางร่างกายเพื่อให้พลังใจอยู่กับเรานานที่สุดในแต่ละวันคือ ต้องดูแลการพักผ่อน การทานอาหาร การทำสมาธิ และ การออกกำลังกายให้ทั้งสี่อย่างนี้เป็นนิสัย
*  ตอน Howard Schultz  ผู้ก่อตั้ง Starbucks ทำเรื่องขอกู้ยืมธนาคารเพื่อจะก่อตั้งกิจการในฝันของเขานั้น เขาถูกปฏิเสธมาถึง 223 แห่ง แต่เขาก็เพียรหาข้อมูลเพิ่มเติมและทำงานอย่างหนักจนกระทั่งในที่สุดสถาบันการเงินแห่งที่ 224 ก็รับข้อเสนอของเขาและให้กู้เงิน
*  สิ่งที่คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วหลายคนมีเหมือนกันคือ มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความสุขส่วนตนและมีการเขียน/บันทึกเป้าหมายนั้นเอาไว้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
*  จงเตรียมตัวให้พร้อมเสมอเพราะ “โอกาส” สามารถเกิดขึ้นได้ไม่อ้างกาลเวลา หรือสถานที่ คนที่ชนะคือคนที่ “อยู่ในเกม” ตลอด  จง “พร้อมที่จะแข่งก่อนแข่งจริง”  มีกัลยาณมิตรที่เก่งกว่าเราหรือหนังสือดี ๆ คอยสร้างแรงบันดาลใจ
=สรุป=
หนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวที่ทั้งให้ข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจจำนวนมากตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย  ซึ่งผู้แต่งคงจะทำเช่นนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เป็นนักอ่านตัวยง  หนังสือเล่มนี้มีหนังสืออ้างอิงถึง 49 เล่มค่ะ
การมีคนอ่านหนังสือจำนวนมากแล้วมา “ย่อย” ให้เราฟังอย่างสนุกสนานนั้นคุ้มแสนคุ้มค่ะ  ใครจะรู้ว่า หนังสือเล่มนี้อาจจะจุดประกายให้ท่านผู้อ่านลุกขึ้นมาทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกก็ได้นะคะ
 หนังสือชื่อ “คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย” โดย รวิศ หาญอุตสาหะ  สำนักพิมพ์วีเลิร์น 2557  318 หน้า ราคา 255 บาท
——————————————————————
เกร็ดน่ารู้:
*  เด็กสิงคโปร์และเวียดนามอ่านหนังสือเล่มโดยเฉลี่ยปีละ 60 เล่ม/คน
*  คนไทยถึง 40% ไม่อ่านหนังสือเล่มใด ๆ เลย
*  แม้ในหมู่คนไทยที่อ่านหนังสือก็อ่านโดยเฉลี่ยเพียงปีละ 4 เล่ม/คน
คอลัมน์  “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” นี้ จึงมีขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติค่ะ
——————————————————————-
ขอเชิญติดตามหนังสือเล่มนี้ได้ที่ https://goo.gl/00lZMp